Kritsada_Ha Ha's profile^^N_e_U_n_G^^ ^^หนึ่ง^^PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    March 15

    10 กฎเหล็กสำหรับคู่รัก

    กฎข้อที่ 1 อย่าต้องการมากเกินไป
    คนเราลองรักกันแล้วก็ควรให้อิสระแก่กันด้วย ไม่ใช่ว่าพอตกลงเป็นแฟนปุ๊บ ก็ห้ามไม่ให้ไปสุงสิงกะใครปั๊บ แหม...ทำอย่างกะชีวิตรักเป็นชีวิตคุกก็ไม่ปาน แล้วอย่างงี้จะไปกันไหวรื้อ สู้บางเวลาให้แต่ละฝ่ายมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง และบางคราก็หวานแหววกับแฟนมั่ง หากแบ่งสันปันส่วนเวลาส่วนตัวกับส่วน รวมได้อย่างนี้ ความรักก็ยังอยู่กะคนทั้งคู่ รับรองว่าแฟนไม่หนีไปไหนหรอก

    การเกาะติดกันเป็นปาท่องโก๋ของคู่รัก ความจริงก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะคนเราลองพิศวาสบาดอุรากันแล้วไซร้ ก็ย่อมอยากอยู่ด้วยกัน เป็นธรรมดาโลกน่ะโยม แต่ก็อีกนั่นแหละ ที่ไม่ช้าก็เร็ว "การอยู่ติดกันเป็นตังเม" ก็อาจทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียโอกาสในการทำสิ่งต่างๆ ที่ตัวเองอยากทำหรือชอบทำลำพังคนเดียวก็ได้นะ เช่น อดดูหนังเรื่องที่คุณชอบเพราะแฟนไม่ชอบด้วยจึงไม่ยอมไปเงี้ย เพราะฉะนั้น จงอย่าเรียกร้องความต้องการที่จะอยู่ด้วยกันมากเกินไปนะจ๊ะ เดี๋ยวเบื่อเร็วไม่รู้ด้วย!


    กฎข้อที่ 2 การทำอะไรเล็กๆน้อยๆ ร่วมกัน ย่อมแสดงถึงความเป็นคู่
    ไม่ว่าจะเป็นการไปทานอาหารในโอกาสพิเศษที่ภัตตาคารโปรด หรือแค่นั่งทานข้าวโพดคั่วขณะดูทีวีอยู่ที่บ้านด้วยกัน กิจกรรมที่เห็นว่าเล็กน้อยพวกนี้กลับมีพลังมหาศาลที่ช่วยสร้างความผูกพัน ซึ่งเชื่อดิว่าอย่างอื่นก็ไม่สามารถทดแทนได้
    วิธีการของคุณๆอาจไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่อลังการเสมอไป แค่อาบน้ำด้วยกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือชวนกันหนุงหนิงไปออกกำลังกายทุกวันศุกร์หลังเลิกงาน เท่าเนี้ยก็รักษาความผูกพันกันไว้ได้แล้ว


    กฎข้อที่ 3 อย่าคิดว่าความสัมพันธ์คราวนี้ "เป็นของตาย"
    อย่าให้ความรู้สึกเป็นกันเองพัฒนาไปสู่ "การปล่อยตัวตามสบายจนเกินไป" เช่น แม้ทั้งคู่จะโทรศัพท์หากันได้ทุกเมื่อที่อยากจะฝอยแหลกให้อีกฝ่ายฟัง หรือสนิทซะจนต่างฝ่ายต่างช่วยซักกางเกงในให้กันและกันได้ก็เหอะ คุณก็ไม่ควรปล่อยให้ความรู้สึกเป็นกันเอง กลายเป็นจะทำไงต่อดาร์ลิ่งก็ได้โดยปราศจากความเกรงใจ หรือเลิกพูดคำหวานๆ และหยุดที่จะให้กำลังใจกันอีกต่อไปเพราะคิดตื้นๆ ว่าไม่จำเป็น แต่จริงๆแล้วยังจำเป็นนะ


    กฎข้อที่ 4 ยังจูบประทับใจกันอยู่เลย
    การจูบแบบดื่มด่ำฉ่ำหวาน เป็นการช่วยให้ไฟรักของคุณโชติช่วงชัชวาลในความสัมพันธ์ของคุณ ด้วยเหตุที่ว่า การจูบเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับความรักและความโรมานซ์ ฉะนั้น จงยุติการจุ๊บปากชนปากแบบนกจิกซะ แล้วเปลี่ยนเป็นจุมพิตแบบดูดดื่มมิรู้ลืมดีกว่า รับรองจะเรียกคะแนนนิยมจากหวานใจได้อีกเพียบ


    กฎข้อที่ 5 ตระหนักว่า การทะเลาะนั้นมีไว้เพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่เพื่อเอาชนะ
    การทะเลาะเบาะแว้งเป็นสัจธรรมของการมีชีวิตคู่ ฉะนั้นไม่ต้องกระต่ายตื่นตูมจนเกินไป หากว่าคู่รักจะมี ปากเสียงกันเพียงเล็กน้อยแล้วคิดว่า ตายแล้ว สงสัยจะเป็นลางร้ายของชีวิตคู่แล้วไหมล่ะ...ขืนคิดแบบนี้ก็มองโลกในแง่ร้ายเกินไปนะเจ๊

    รู้เปล่าว่า การทะเลาะกันบางครั้งกลับทำให้คู่รักใกล้ชิดกันเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ไม่ใช่มีแล้วจะทำให้แตกแยกเสมอไปก็หาไม่ แต่การทะเลาะกันก็มีเคล็ดลับตรงที่ควรมุ่งเน้นเพื่อความก้าวหน้า หรือปรับปรุง พัฒนาให้คู่ของเราดีขึ้น ไม่ใช่เพียงต้องการเอาชนะเพื่อความสะใจ เดี๋ยวเหอะ คงได้กลับไปเป็นโสดอีกหรอก


    กฎข้อที่ 6 อย่าแค่พูด แต่ลงมือทำ
    คำพูดอาจดูสวยหรู แต่คำพูดจะหมดความหมายถ้าคุณทำไม่ได้ดังที่พูด เพราะฉะนั้นแทนที่จะโม้ว่าคนที่คุณรักมีความหมายสำหรับคุณแค่ไหน คุณควรลงมือแสดงความรัก, ความอ่อนโยนและความยอมรับนับถือในตัวสุดที่รักออกมาเลยไม่ดีกว่าหรือ


    กฎข้อที่ 7 อย่ากดดันดาร์ลิ่งมากไป
    การผลักให้แฟนทำบางสิ่งที่คุณต้องการ เช่น เรื่องบนเตียงหรือเซ็กซ์ๆ เอ็กซ์ๆ มันเป็นการบังคับขืนใจกันเกินไปรึเปล่า ต้องคิดถึงใจเขาใจเราด้วยน้า การกดดันสุดที่รักให้ทำในสิ่งที่ไม่พร้อม เท่ากับไปฝืนความรู้สึก แล้วความสัมพันธ์จะลงเอยกันด้วยดีได้ไง ทางที่ดีควรปล่อยให้อะไรๆเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่ามั้ย


    กฎข้อที่ 8 อย่าพูดว่า "รักเธอ" ถ้าไม่รู้สึกตามนั้นจริงๆ
    เพราะมันเสียความรู้สึกน่ะเซ่ แถมยังบาปอีกต่างหาก ฉะนั้นถ้าไม่รักก็อย่าลวงให้ช้ำ ยังไม่อยากเสียตังค์ซื้อน้ำใบบัวบก แก้ช้ำใน ทราบไว้ซะด้วย


    กฎข้อที่ 9 อย่าให้ของขวัญตามอำเภอใจคนให้
    การเอาใจแฟนด้วยการรีบให้ของขวัญ แหงล่ะ ไม่ว่าใครย่อมชอบด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าคุณอยากให้อะไรแก่ หวานใจก็ให้ไปเถอะ แต่มั่นใจหน่อยนะว่าได้ให้ของที่แฟนชอบด้วย ไม่ใช่ให้อะไรก็ไม่รู้ ซึ่งหล่อนไม่มีวันแกะมันออกมาใช้ ก็อย่าให้ดีกว่า นอกจากจะ.........
     
    ข้อ10หาไม่เจอ  เหอะๆ
     
    February 28

    ช่วยผมที!!!

    คนที่เรารัก...กับ...คนที่รักเรา!?
    "คนที่เรารัก กับ คนที่รักเรา"

    คนที่เรารัก. . .คือคนที่ใช่สำหรับเราแต่บางครั้ง. . .
    เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ คนที่รักเรา. .
     .คือคนที่เราเพียงมองผ่านแต่เขา. . .
    กลับมองเราอย่างใส่ใจ

    คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดีแต่แท้จริงแล้ว. . .
    เรากลับไม่รู้จักเขาเลย คนที่รักเรา. . .
    คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จักแต่เขา. . .
    กลับพยายามทำความรู้จักเรา

    คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้แต่สิ่งที่เราให้ . . .
    เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป คนที่รักเรา. .
    .คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมายแต่เขา. .
    .กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

    คนที่เรารัก. . . คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุขแต่เวลาเราทุกข์.
     . . เรากลับมองหาเขาไม่เจอ คนที่รักเรา. .
     .คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุขแต่เวลาทุกข์. .
     . เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

    คนที่เรารัก. . .คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลาแต่ที่แย่กว่าคือ. . .
     ตลอดมา "เขาไม่ได้รักเรา" คนที่รักเรา. .
    .คือคนที่เราไม่เคยนึกถึงแต่มีสิ่งหนึ่ง. . .
    บอกให้รู้ว่า . . . "เขารักเรา"
     
    ปิดเทอมแล้ววววววววววววววววววววว  เหงาหว่ะ คิดถึงเพื่อนๆนะ
    February 21

    ตำนาน (นานหลายจนละเอียด)55+เอิ๊กกก

    แมงสาบรุ่นเยาว์: พ่อคับ... เล่าเรื่องคุณปู่ให้ผมฟังหน่อยเด่ะ

    แมงสาบชรา: ก็ได้.. ก็ได้.. แต่แกฟังแล้วต้องเข้านอนนะ ห้ามโยเย...

     

    เรื่องมันก็มีอยู่ว่า....

    (แมงสาบชรา มองไปบนฟ้า... รำลึกถึงเรื่องราว...)

     

    ครั้งนั้นปู่ของแกยังเป็นแมงสาบวัยรุ่น แกเที่ยวเดินทางยังที่ต่างๆ ทั่วโลก

    จนวันนึงแกไปพบกับแมงสาบรุ่นสาว... สวย...หัวเป็นสีเหลืองเข้ม...

    ก็คือย่าของลูกนี่แหละ...

    ไปเจอกันที่อเมริกา โน่น...

    ยุคนั้นเราไปขุดทองที่นั่นกันเยอะ...เป็นโรบินฮู้ดน่ะ...

     

    ปู่กับย่า ครองรักกันอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง...

    ประมาณสองเดือนก็มีลูกเล็กๆ มากมาย หนึ่งในนั้นก็มีพ่อด้วยตัวหนึ่ง...

    ปู่แกเป็นแมงสาบที่แข็งแรง ห้าวหาญ และมีจิตใจที่เป็นอิสระ...เป็นพ่อที่ดี...

     

    วันหนึ่ง แกมัวแต่กินเศษช๊อกโกแล๊ต ในกระเป๋าเจ้าของบ้านจนเพลิน

    ก็เลยติดกระเป๋าไปที่ทำงาน...

    ย่าแกพยายามเกาะชายกางเกงเจ้าของบ้าน

    เพื่อตามปู่ไปในวันรุ่งขึ้น...

    แต่มันก็สายเกินไป...

    ลุงแดนนี่ (แมงสาบอเมริกัน) บอกว่า...

    ปู่ของแกโดนเหยียบติดรองเท้าไปแล้ว ให้ย่าทำใจซะ คงไม่ได้พบกันอีก...

    ย่ากลับบ้านมาด้วยดวงใจที่แหลกสลาย...แกระทมราวกับชีวิตจะหาไม่...

     

    แต่แล้ว... วันนึงจึงได้รู้ว่าปู่ยังไม่ตาย...

    แกติดอยู่ในร่องของพื้นรองเท้าของชายผู้หนึ่ง...

    จังหวะที่ถูกเหยียบ แกพยายามหดตัวอย่างสุดแรง...

    ตับไตไส้พุงแกถูกบีบ...พอแกปล่อยตัวจากการหด แกก็ติดแหง็กในซอกรองเท้า...

    ไม่อาจเคลื่อนไหวได้อีก...

     

     

     

    วันที่ชายเจ้าของรองเท้าเดินทางไปถึงที่หมาย...

    แกสวดมนต์วิงวอน ขอให้พระผู้เป็นเจ้าเมตตาแก่ดวงวิญญาณของแก...

    ขอให้มอบพลังเฮือกสุดท้ายให้แก...แกจะกลายเป็นตำนาน...

    วินาทีที่ชายเจ้าของรองเท้าเปิดประตูออก...

    แกถูกแรงบีบอัดมหาศาลจากรอบตัว...

    แกต่อต้านมันไว้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง

    ด้วยพลังแห่งความรักที่มีต่อครอบครัว...

    ต่อลูกน้อยๆ ของแก ชายเจ้าของรองเท้า ก้าวออกมาจากประตู

     

    เท้ายังลอยไม่แตะพื้น...เท้าที่มีปู่ของแกติดอยู่...

    ลอยเชื้องช้าอยู่กลางอากาศ...

    ปู่แกรวบรวมจิตใจ...ยืดเท้าออกเต็มที่...

    ยืดออกมาจนพ้นจากพื้นรองเท้านั้น...

    เท้าแกสัมผัสพื้น...ก่อนเจ้าของรองเท้าเพียงเสี้ยววินาที...

    แล้วร่างของแกก็แหลกสลายไปกับอากาศธาตุ...

    เป็นฝุ่นผงธุลี...ไปสู่อ้อมกอดของพระผู้เป็นเจ้า...ชั่วนิรันดร...

     

    เช้าของการถ่ายทอดสดทางทีวี วันนั้น...

    หากใครสังเกตดีๆ...รอยเท้าของ นีล อาร์มสตรอง ที่เหยียบลงบนพื้นของดวงจันทร์

    จะมีรอยขีดเล็กๆ อยู่หลายขีด...

    นั่นล่ะ...รอยเท้าของสิ่งมีชีวิตแรก...ที่เหยียบลงบนดวงจันทร์...

    รอยเท้าของปู่แก...แมงสาบผู้มีจิตวิญญาณอันเสรี...

     

    ปล.ขออนุญาตคัดลอกนำมาเผยแพร่ต่อนะครับ  หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

    February 18

    โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

     ทุกส่วนในร่างกาย

    >>>       ไหล่ของฉัน  . . . มันไม่ได้มีความหมายเพียงเพื่อ . . .       
    >>>ประคองหัวฉันไว้คนเดียวเท่านั้น        แต่เพื่อ
    >>>สามารถใช้มันเพื่อประคองหัวเพื่อนได้ด้วย
           

    เสื้อของฉัน . . .  ไม่ได้มีไว้ห้อหุ้มร่างกายของฉันเพียงอย่างเดียว 
           มันพร้อมจะเป็นที่เช็ดน้ำตา และที่สั่งขี้มูกของเพื่อนถ้าเพื่อนต้อง
    การ
    >>>
    >>>        แขนของฉัน . . .  ไม่ได้มีไว้จูงหมาเดินเล่น        แต่มัน
    >>>สามารถใช้ประคองเพื่อนเมื่อเพื่อนจะล้ม        แต่ถ้าเพื่อนล้มลงไปแล้ว  . .
    >>>.        ฉันก็ยังมีมืออีก 1 คู่ไว้ช่วยฉุดเพื่อนขึ้นมา
    >>>
    >>>        ปากของฉัน  . . . ไม่ได้มีไว้เพื่อกินและพูดพล่ามทั้งวันหรอกนะ     
    >>>   แต่มีไว้พูดให้กำลังใจเพื่อนด้วยเมื่อถึงเวลาจำเป็น
    >>>
    >>>        ตาของฉัน . . . มีไว้เพียงเพื่อกระพริบขึ้นลงเสียเมื่อไหร่       
    >>>ฉันเอาไว้ใช้มัน มองสิ่งดีๆในตัวเพื่อนด้วยต่างหาก
    >>>
    >>>        ฟันของฉัน . . .  ก็ไม่ได้มีไว้กัดใครๆเขา       
    >>>แต่มีไว้เพื่อจะใช้มันประดับเหงือก ทุกครั้งฉันยิ้มให้เพื่อน
    >>>
    >>>        หูของฉัน  . . . ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อเจาะรูแขวนเครื่องประดับ       
    >>>แต่มันใช้ฟังเพื่อน เมื่อเพื่อนต้องการระบายอะไรออกมาให้ฉันฟัง
    >>>
    >>>        เท้าของฉัน  . . . ไม่ได้มีไว้สะสมกลิ่น... โอเค ถึงแม้มันอาจจะมี
    >>>บ้าง        แต่ฉันจะใช้เท้า เพื่อเดินอยู่ข้างๆเพื่อนนี่แหละ จะไม่ไปไหนไกล
    >>>
    >>>        สมองของฉัน . . .  อาจไม่ค่อยมีประโยชน์เวลาสอบนักก็จริง       
    >>>แต่มันจะทำงานหนัก เมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ
    >>>
    >>>        ส่วนพวกตับ ไต ไส้ กระเพาะ ม้าม เซี่ยงจี๊ ของฉัน  . . .       
    >>>มันมีไว้ทำหน้าที่ของมันน่ะ        แต่ถ้าเพื่อนต้องการอย่างรีบด่วน       
    >>>ฉันยินดีสละให้ (อย่างละครึ่งเท่านั้นนะ!!)

     

    9 ข้อห้ามกับเรื่องบนเตียง

     

     

    1. ละเลยจูบ

    ผู้ชายส่วนมากไม่ค่อยจูบคู่ของตัวเองสักเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะตำแหน่งไม่อำนวยต่อการจูบ แต่ขณะที่อะไรๆ กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่นั้น ก็ต้องขอให้คุณจูบเธอบ้างล่ะ ตามจุดต่างๆ ของร่างกายตามแต่จะสะดวก จูบเธอเถอะนะ มีอะไรดีๆ เยอะเลยจากการจูบเนี่ย

    2. กัด

    แม้ผู้หญิงบางส่วนจะนิยมความรุนแรงอยู่บ้าง แต่การ "กัด" หรือ งับแรงๆ กับส่วนสำคัญที่ไวต่อความรู้สึกของเธอในตอนที่เธอยังไม่พร้อมน่ะ ไม่เข้าท่าสักนิด เพราะนอกจากว่าเธอจะไม่นึกสนุกด้วยแล้ว ก็ยังทำให้เธอ "เจ็บ" จนหมดอารมณ์ไปเลยล่ะ ทางที่ดีหนุ่มๆ ควรจะเริ่มต้นด้วยความอ่อนโยนละมุนละไมก่อนนะ

    3. ไม่สนใจส่วนอื่น

    จริงอยู่ว่าจุดยุทธศาสตร์ทั้งด้านเหนือ ด้านใต้เป็นส่วนสำคัญที่สุด แต่แนะนำหนุ่มๆ ว่า จงให้ความสำคัญกับจุดรัญจวนอื่นๆ ของเธอด้วยนะ เช่น ซอกคอ ซอกหู แผ่นหลัง อะไรอย่างนั้นน่ะ จะช่วยให้เธอ "ร้อน" อยู่ตลอดเวลา หรืออาจจะร้อนขึ้นด้วยนะ

    4. ทับจนแบน

    บางทีคุณอาจจะเผลอลืมตัวจนปล่อยน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนตัวเธอบ้างก็ไม่ว่ากัน แต่สาวๆ เค้าขอร้องมาว่าอย่าเผลอบ่อยๆ ละกัน เพราะเธอหายใจไม่ออกน่ะ เสียอารมณ์หมด

    5. นานไป/เร็วไป

    คิดล่ะสิว่า "จบเร็วไปผู้หญิงไม่ชอบ จะต้องนานๆ ถึงจะดี" อันนี้มันก็ไม่เสมอไปหรอกนะ มันขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ต่างหากล่ะ ดังนั้นใช้เวลาพอดีๆ สังเกตดูทั้งตัวเอง และเธอด้วยว่าความพอดีระหว่างคุณทั้งสองอยู่ตรงไหน แล้วค่อยๆ ฝึกไป ของอย่างงี้มันฝึกกันได้นี่

    6. นึกจะไปก็ไป

    บอกเธอก่อนนะว่าคุณกำลังจะ "ไป" แล้ว คือจะเรียกว่ามันเป็นมารยาทก็ได้น่ะ นอกจากเธอจะได้รู้ตัวแล้ว ก็ยังเป็นการแสดงถึงการเอาใจใส่ด้วย

    7. ทำยังกะหนังโป๊

    หลายๆ หนุ่มมีหนังโป๊เป็นครูสำหรับเรื่องอย่างว่า และหลงเข้าใจผิดว่าสาวๆ เค้าจะสุขสมใจถ้าทำท่าพิศดารเหมือนอย่างในหนัง ถ้าใครคิดอย่างนี้ก็ขอให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะเธอที่อยู่ตรงหน้าคุณไม่ใช่ดาราหนังโป๊นะ ดังนั้นอย่าให้มันพิศดารมากนักเลย (นอกจากว่าคุณจะตกลงกับเธอเรียบร้อยแล้วน่ะ)

    8. เงียบเป็นเป่าสาก

    เดาว่าคุณรู้สึกดีที่ได้ยินเสียงฮึมฮัม ที่แสดงถึงความพึงพอใจของเธอจากสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ใช่ไหมล่ะ? เธอก็ต้องการเหมือนกับคุณเหมือนกันแหละน่า แม้ว่าคติประจำใจของคุณคือ "การกระทำสำคัญกว่าคำพูด" แต่ถ้าคุณอยากให้เธอพอใจอย่างถึงที่สุดล่ะก็ ส่งเสียงซักนิดนึงนะ

    9. ห้อเต็มเหยียด

    คุณไม่ได้อยู่ในลู่วิ่งแข่ง 100 เมตรนี่นา ดังนั้นไม่ต้องรีบก็ได้ ค่อยเป็นค่อยไป ช้าบ้าง เร็วบ้าง สลับกันไป เธอจะได้ไม่คิดว่าคุณไปตายอดตายอยากมาจากไหน

     ไม่ได้คิดเองนะ บอกไว้ก่อน  มีคนส่งมาให้แล้วเขาให้บอกต่อ(ก้อทำตามเขาซะงั้น) เหอะๆๆ

    February 13

    ขำๆคลายเครียด...

    108 อวัยวะสาระพัดประโยชน์

    หน้าผาก + อวัยวะที่ใช้ประกอบกับเท้าเวลามีทุกข์ เช่นนอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก

    ผม + เรียกอีกอย่างว่า "ขนหัว" ใช้แสดงอาการตกใจมากๆ เช่น ขนหัวลุก

    ตา + อวัยวะที่ใช้ในการมอง จะมีอุณหภูมิสูงมากเมื่อเห็นใครได้ดี

    หู + อวัยวะที่ใช้ในการฟัง ส่วนมากจะมีน้ำหนักเบา จึงก่อให้เกิดเรื่องขึ้นบ่อยๆ

    ปาก + อวัยวะที่ใช้พูด ส่วนมากจะอยู่ไม่ตรงกับใจ

    คอ + อวัยวะที่เชื่อมระหว่างตัวและหัว เป็นอวัยวะที่คอยหันหาคนอื่น

    ก้านคอ + อวัยวะที่คอยรับแข้งคนอื่น

    ไหล่ + อวัยวะที่คู่กับบ่า เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่ มีไว้ให้คนเหงาใจหรือเศร้าใจซบโดยเฉพาะ

    บ่า + อวัยวะที่คู่กับไหล่ เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่ อาชีพจับกังมีไว้แบกข้าวสาร (ส่วนถนนข้าวสาร จับกังไม่เกี่ยว)

    หัวใจ + อวัยวะสูบฉีดเลือดและฟอกเลือดให้กับร่างกาย มีไว้ให้แสดงความรักและเก็บรักไว้

    ปอด + อวัยวะที่รับอากาศมาส่งหัวใจ บางครั้งใช้แสดงระดับความกล้าหาญ

    หน้าอก + อวัยวะที่รองรับเรื่องหนัก อาทิเรื่องหนักอก ซึ่งผู้หญิงจะหนักกว่าผู้ชาย

    นม + อวัยวะที่บ่งบอกภาระการรับน้ำหนักของอก ผู้หญิงมีไว้บริการนมให้บุตร ผู้ชายถึงมีก็ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ก็ไขว่คว้าอยากได้มาเชยชม...

    ศอก + ข้อต่อระหว่างแขนและข้อมือ มีไว้เป็นอาวุธประจำกาย และรองน้ำ สำหรับบรรดาภรรยาน้อย ไม่เป็นที่แนะนำสำหรับสาวๆ มันอันตราย

    มือ + เป็นอวัยวะปลายสุดของแขน มีนิ้วเป็นส่วนประกอบ นิยมใช้เงินยกเห็นกันมากในสภา

    กำปั้น + เป็นอวัยวะชิ้นเดียวกับมือ แต่เปลี่ยนรูปเป็นอาวุธ นิยมใช้ตัดสินปัญหา ในกรณีที่ไม่ได้ใช้สมองแก้ปัญหา

    ตัว + เป็นชิ้นส่วนใหญ่ของร่างกายให้อวัยวะอื่นได้พักพิง จะลืมกันมากเวลาได้ดี

    สะดือ + เป็นอวัยวะที่ใช้เชื่อมต่อกับแม่ยามอยู่ในครรภ์ เมื่อโตขึ้นใช้วัดระดับความสุภาพ ถ้าต่ำกว่านี้ทะลึ่ง!!

    ขาอ่อน + เป็นอวัยวะเชื่อมต่อจากสะโพกลงมา นิยมใช้ในการประกวด เพราะเห็นได้เด่นชัดกว่าสมอง

    หัวเข่า + ข้อต่อระหว่างขาและหน้าแข้ง เป็นอาวุธประจำกาย ผู้หญิงใช้โจมตี .จุดอ่อนผู้ชาย และบางคนใช้ซับน้ำตาเวลาเศร้า นิยมมากสำหรับคนหลงรักชาวบ้าน

    แข้ง + อวัยวะที่ถัดมาจากเข่า นิยมใช้พาดก้านคอ...

    น่อง + อวัยวะที่อยู่ด้านหลังของแข้ง ใช้วัดระดับความแข็งแรงของขา และวัดความกร้านชีวิต

    ขนหน้าแข้ง + อวัยวะที่วัดระดับของฐานะ ยิ่งรวยมากขนหน้าแข้งจะร่วงน้อย

    เท้า + เป็นอวัยวะที่ใช้ยืน บางครั้งใช้ก่ายหน้าผาก หรือเป็นอวัยวะที่ใช้ผลัก ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า "ยัน"

    ขนตา + มีไว้กระพริบให้กับชายที่หมายปอง สำหรับผู้ชายมีไว้ให้ชายอีกคนที่หมายปอง แป่วๆๆๆ
      

     

    September 23

    (n_n)

    +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
            +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
                    +-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
                            +-+-+-+-+-
     
    แม้จะไม่ได้เป็นดาวบนฟ้า แต่เธอก็เป็นดวงดาวที่ทอแสงในใจฉันตลอดเวลา ไม่เว้นแม้วันจันทร์เต็มดวง



    ความโง่มาก่อนความฉลาดเสมอ ไม่งั้น ง.งู จามาก่อน ฉ.ฉิ่ง ทำไม


    รักทุกคน ไว้ใจบางคน แต่อย่าให้ผิดใจกับใครสักคน




    1 วันมี 24 ชั่วโมง
    1 ชั่วโมงมี 60 นาที
    1 นาทีมี 60 วินาที
    แต่ไม่มีใครบอกฉันเลยว่า 1 วินาทีที่ขาดเธอมันนานแค่ไหน



    สู้อย่างมีน้ำตา…+++***+++…ดีกว่ากลับมาอย่างผู้แพ้
    ผู้ที่ไม่เคยล้ม…+++***+++…ย่อมไม่รู้จักวิธีลุก
    แห้งเฉาอยู่บนต้น…+++***+++…ดีกว่าล่วงหล่นให้คนเหยียบ
    …+++***+++…ในท่ามกลางความสับสนและวุ่นวาย…+++***+++…
    ผู้ใดสงบได้…+++***+++…ก็จะพบกับทางออกที่ดี
    …+++***+++…เวลาไม่เคยทำให้คนเสียคน
    แต่คนต่างหากที่ทำให้เสียเวลา…+++***+++…
    May 28

    มาอัพและ

    มาและก้อจากไป  บาย
     
     555+ได้แวะมาสักที 16-02-50 เอาเพลงมาฝาก 
     
     
     

    แอบรัก

    Artist : Labanoon ( ลาบานูน )

    อัลบั้ม : 191


    Intro :          / E / C#m / ( 4 times ) / A / B /



                        E                 C#m                                 


                       
    เห็น  ว่าเธอมีใครๆ


                                   A                           B


                       
    มาตามมาเอาใจ   คล้ายๆ   ทุกคนชอบเธอ


                        E                 C#m


                       
    เขา   มารอมาคอยเจอ


                                      A        B


                       
    มาคอยพร่ำเพ้อ   ว่ารักเธอหมดใจ


     
                        SOLO :        / E / C#m / ( 2 times )



                        E                    C#m


                       
    ฉัน  ต้องย้ำกับตัวเอง


                                      Asus2               B


                       
    คอยเตือนกับตัวเอง    ว่าฉันไม่ดีเท่าใคร


                        E                       C#m


                       
    ถึง   ฉันพูดความในใจ


                                 Asus2  B        E


                       
    ให้ซึ้งแค่ไหน    ก็คงไม่ดีพอ



                              E7      A                    B


    *                 
    จะเป็นคนเดียวที่ไม่บอกรักเธอ


                                  E                      C#m


                       
    ไม่หวังให้เธอต้องมาบอกรักกัน


                                    A                        Bsus4


                       
    แค่คนหนึ่งคนที่อยากเจอเธอทุกวัน


                                    Esus4       E7


                       
    ไม่อยากผูกพัน     ไปกว่านี้








                                    A                         B


    **               
    ได้แต่ห่วงใยเพียงแค่เธอข้างเดียว


                                 E                          C#m


                       
    ไม่ขอยุ่งเกี่ยวเกินกว่าความหวังดี


                                F#m            B


                       
    เพียงแอบรักคนเดียวก็พอ


                                F#m               B


                       
    เพราะว่าฉันขอเพียงเท่านี้...ก็สุขใจ




                        SOLO :        / E / C#m / 




                        E                    C#m


    ***            
    ฉัน    ไม่หวังสิ่งใดๆ


                                    Asus2           Bsus4


                       
    ไม่คิดอย่างใครๆ    ไม่ขอให้เธอมองมา


                        E                      C#m


                       
    รัก    ฉันพูดด้วยเวลา


                                  Asus2    B                E


                       
    จะนานจะช้า     ฉันยังเป็นอย่างเดิม



                        SOLO :        / E / C#m / A B / E / E / C#m / A B / E /


                        (
    ซ้ำ * , ** , *** )

     


                                  F#m         B


                       
    เพียงแอบรักไม่ขอจับจอง


                                F#m                B


                       
    เพียงแค่ขอมองเธออย่างนี้...ก็สุขใจ

     


                        SOLO :        / E / C#m /


                          E  C#m        E


                       
    ก็สุขใจ      ฉันสุขใจ

     
      
     ชอบ แล้วจะทำไม
    May 12

    แบบว่าสุดยอดดดดด

    วันนี้มาอัพและ  อยากให้เพื่อนๆได้ดูกันมันแบบว่า....
    http://www.youtube.com/watch?v=wlRNO9-VYXo&mode=related&search=poland%20goalkeeper ประตูเตะลูกโทษเข้าแล้ววิ่งกลับไม่ทัน  โดนสอยเลย  โคตรจะฮา
    http://www.metacafe.com/watch/120936/booooooom/ เตะจนบอลแตก  ทำได้ไง
    http://www.metacafe.com/watch/28895/no_need_for_medic/  แพทย์สนามโคตรฮา
    http://www.metacafe.com/watch/66510/henry_false_kicks/  อองรี แบบว่า..ทำได้ไง
    http://www.metacafe.com/watch/98999/henry_at_his_best/ อองรี แบยว่า..โคตรเทพ
    http://www.metacafe.com/watch/117044/amazing_indoor_soccer_skills/ อันนี้ก้อแบบว่า..  ฟุตซอล
    http://www.metacafe.com/watch/98694/joy_ronaldinho/  โรนัล ตอนเด็ก
    http://www.metacafe.com/watch/110649/brazil_team_dance_the_samba/  ทีมชาติบราซิล แบบว่า
    http://www.metacafe.com/watch/75611/ronaldinho_gaucho/ โรนัล อีกและ
    http://www.metacafe.com/watch/109189/ronaldinho_freestyle/  โรนัล สุดยอดดด
    http://www.metacafe.com/watch/81307/soccer_fights/ ค่ากันให้ตายเลยดีมั้ย
    http://www.metacafe.com/watch/73301/kuwaiti_freestyler/ เด็ก ทามด้ายงาย
    http://www.metacafe.com/watch/21276/pepsi/  โฆษณา คาร์ลอส แปปเดี๋ยวเย้อออ แป๊ปซี่
    http://www.metacafe.com/watch/74458/football_show/  โชว์กันเข้าไป
    http://www.metacafe.com/watch/71222/funny_english_football/  ขำๆกันบ้าง แบบว่า..ฮาสุดๆ
    http://www.metacafe.com/watch/1308/naked_soccer/ อายุต่ำกว่า17ห้ามดู แบบว่า...อยู่ที่ไหนว่ะ
    http://www.metacafe.com/watch/49981/naked_nike/ อันนี้ก้อเหมือนกัน
    http://www.youtube.com/watch?v=zSuyorW4qSY นัดชิง แชมป์เปี่ยนลีก 2004-2005
    http://www.metacafe.com/watch/130911/steven_gerrard_vs_west_ham/ นัดชิงเอฟเอคับ 2005-2006
    http://www.metacafe.com/watch/75855/soccer_violence_and_fights/ อันนี้อยากให้ดูสุดๆ  โหดดดดโครต แล้วจะแบบว่า...
     
    May 01

    มาอัพ..>_<

    วันที่ 1 พ.ค. เปนเลิกงามยามดีมาก
    ก้อเลยมาอัพสักกาหน่อย
     
    อีกแค่อาทิตย์เดียวก้อเปิดเทอมแล้ว
    เพื่อนๆเตรียมตัวกานยังอ่ะ
    (เตรียมสู้กับอาจารย์สุดโหดดด..เสียววุ้ย)
     
    เพื่อนๆไปเที่ยวไหนกานมาบ้างน้า
    แล้วจามีของฝากมั้ยเนี้ยะ
    เพื่อนกานดูแค่นี้ก้อรู้..อ่ะนะ
     
    ใครที่ยังไม่มีตารางสอนขอได้นะ
    เราทำไว้..แล้ว
    (ใจดีจางเลยนะ)
     
    อืม..เพื่อนเราจารับน้องวันที่สิบเอ็ดน้า
    มันเปนวันหยุดพอดีอ่ะ
    ส่วนรายละเอียดเด๋วไปตกลงกานอีกทีนึงตอนเปิดเทอม
     
    ไปแล้วดีกว่า...แล้วเจอกานนะเพื่อนๆ
     
     
     LiVERPOOL ตั้งแต่จำความได้
    ถ้าแพ้จะอดข้าวสามมื้อ..บ้าป่าวว่ะ
     
    (ไอบ้าอ่ะ  บ้าหงส์แดงงง)
     
     
    April 18

    ด้วยความคิดถึง

    คิดถึงเพื่อนทุกคนนะจิงเด๊ะๆ
     
     
     
     
     
    YOU'LL NEVER "KISS" ALONE
    April 11

    มารู้จักกับ ลิเวอร์พูล

    สโมสรลิเวอร์พูล (Liverpool Football Club)
    ประธานสโมสร : เดวิด มัวรส์
    ฉายาสโมสร : หงส์แดง"REDs" หรือ "POOL"เดอะค็อป(THE COPS)
    เริ่มก่อตั้งสโมสร: 28 ก.ย. 1884
    ที่อยู่สโมสร : Anfield Rd, Liverpool L4 O TH., England
    เบอร์โทร : Club 0151 263 2361 และ Ticket Office 0151 260 8680
    เว็บไซต์ลิเวอร์พูล: www.liverpoolfc.tv
    อีเมล์ : webmaster@liverpoolfc.tv
    ข้อมูลจำเพาะสนาม (ANFIELD)แอนฟิลด์
    ขนาดสนาม :110x 74
    หลา
    ความจุสนาม : 45,362 ที่นั่ง
    ชุดแข่งขัน เหย้า : เสื้อแดง-กางเกงแดง
    ชุดเยือน : เสื้อขาว-กางเกงดำ
    สปอนเซอร์สนับสนุน : Carlsberg


    สถิติในลีก (ยังไม่อัพเดท)
    ผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุด : เคนนี่ เดลกลิช 102 นัด (สก็อตแลนด์)
    ผู้เล่นในลีกสูงสุด : เอียน คัลลาแฮน , 640 นัด(1960-1978)
    ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาล : เอียน รัช 335 ประตู
    สถิติผู้ชมสูงสุด : 61,905 คน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส, เอฟ.เอ.คัพ รอบ 4, เดือนกุมภาพันธ์ 1952
    สถิติชนะสูงสุด : 11-0 พบ สตอรมก๊อตเซ็ต ดรามเมน, คัพวินเนอร์สคัพ รอบแรก, 17 เดือนกันยายน 1974
    สถิติแพ้สูงสุด : 1-9 พบ เบอร์มิ่งแฮมป์ ซิตี้ (ดิวิชั่น 2), 11 เดือนธันวาคม 1954
    สถิติซื้อนักเตะค่าตัวแพงสุด : 11 ล้านปอนด์ เอมิล เฮสกีย์ จาก เลสเตอร์ ซิตี้
    สถิติขายนักเตะค่าตัวแพงสุด : 11 ล้านปอนด์ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ไป ลีดส์
    นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดใน1ฤดูกาล : โรเจอร์ ฮันท์ 41ประตู(ดิวิชั่น 2) ฤดูกาล 1961-62
    นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดในช่วงที่อยู่กับLIVERPOOL : โรเจอร์ ฮันท์ 245ประตู ตั้งแต่ฤดูกาล1959-69


    ทำเนียบผู้จัดการทีม :
    1896-1915 ดัยบริว อี บาร์คเล่ย์,
    ทอม วัตสัน
    1920-1922 เดวิด อัชเวิร์ธ
    1923-1928 แม็ต แม็คควินน์
    1928-1936 จอร์จ เพตเตอร์สัน
    1936-1951 จอร์จ เกย์
    1951-1956 ดัน เวลช์
    1956-1959 ฟิล เทลเลอร์
    1959-1974 บิล แชงคลี่
    1974-1983 บ็อบ เพียสลี่ย์
    1983-1985 โจ ฟาแก็น
    1985-1991 เคนนี่ เดลกลิช
    1991-1994 แกรม ซูเนส
    1994 - รอย อีแวน
    1998-1998 อีแวน/อุลลิเยร์
    1998-2003 เชราร์ อุลลิเยร์

    2003-ปัจจุบัน ราฟาเอล เบนิเตส


    เกียรติประวัติ:
    แชมป์ดิวิชั่นหนึ่ง(เดิมก่อนเปลี่ยนเป็นพรีเมียร์ชิพในฤดูกาล1992-1993) : 1900-01, 05-06, 21-22, 22-23, 1900-01, 05-06, 21-22, 22-23, 46-47, 63-64 ,65-66, 72-73,75-76, 76-77, 78-79, 79-80, 81-82, 82-83, 83-84, 85-86, 87-88, 89-900(1992-ปัจจุบัน พรีเมียร์ ลีก)
    แชมป์เอฟเอ คัพ : 1965, 1974, 1986 ,1989, 1992 และ 2001
    แชมป์ลีก คัพ : 1981, 1982, 1983, 1984, 1995,2001 และ 2002
    แชมป์ยุโรเปี้ยน คัพ : 1976-77, 1977-78, 1980-81, 1983-84 , 2004-05
    แชมป์ยูฟ่า คัพ : 1972-73, 1975-76 และ 2000-2001
    แชมป์ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ คัพ : 1977-78

     

     

    ข้อมูลที่แสดงนั้นยังไม่ล่าสุดนะครับ มีบางอย่างที่อัพเดทเท่านั้น

    LIVERPOOL

    ประวัติสโมสร LIVERPOOL

    ประวัติสโมสร


    ก่อนที่จะเป็นลิเวอร์พูล
    เมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จอห์น โฮลดิ้ง นักธุรกิจท้องถิ่นและว่าที่นายกเทศมนตรีเมือง ลิเวอร์พูล ได้เช่าพื้นที่บริเวณ  แอนฟิลด์ โร้ด ( Anfield Road ) จากบริษัทผลิตเบียร์ท้องถิ่น ของลิเวอร์พูลที่ชื่อ ออร์เรลล์ บราเธอร์ บริวเวอร์รี่ เพื่อที่จะสร้างสนามฟุตบอล เมื่อสร้างเสร็จได้ปล่อยให้ทีมเอฟเวอร์ตันเช่าในปี 1884 ( ซึ่งทีมเอฟเวอร์ตันถือกำเนิดมาก่อนหน้านี้แล้ว 4ปี ) ต่อมาเมื่อเอฟเวอร์ตันเป็นสมาชิกฟุตบอลลีก โฮลดิ้ง จึงขึ้นค่าเช่าและพยายามจะเข้าไปบริหารงานในส่วนโภชนาการของทีม กลุ่มผู้บริหารของเอฟเวอร์ตันจึงตัดสินใจเลิกสัญญาเช่าในปี 1892 และตัดสินใจย้ายสนามไปอีกฟากหนึ่งของสวนสาธารณะ 
    สแตนลี่ย์พาร์ค เพื่อไปสร้างสนามที่กูดิสันปาร์ค ทำให้สนามฟุตบอลของโฮลดิ้งไม่ได้ใช้ประโยชน์ โฮลดิ้ง จึงคิดสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา และได้ให้ จอห์น แมคเคนน่า ( เพื่อนซี้ของโฮลดิ้ง )  มาดำรงตำแหน่งประธานสโมสร โดยตั้งชื่อทีมฟุตบอลนี้ว่า 
    "Liverpool Football Club" หรือ "LFC"

    ก่อกำเนิดตำนานหงส์แดง
     หลังจากที่ทีมลิเวอร์พูลถูกก่อตั้งได้ไม่นาน ก็ได้มีการจัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่องซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะทีมถึง 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครองสำเร็จซึ่งส่งผลให้พวกเขาส่งทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกและได้รับการยอมรับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 ทีมจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด ( Liverbird ) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้ 
                 ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางของในฟุตบอลลีกในวันที่ 2 กันยายน 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลส์โบรซ์ ไอโรโนโปลิส และเรื่องเหลือเชื่อก็ได้เกิดขึ้นคือทีมลิเวอร์พูลได้แชมป์มาครองโดยที่พวกเขาไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล ( ทั้งหมด 28 นัด ) แต่ว่าการคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ ( ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน ) และได้ลงแข่งที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด

    ที่มาของคำว่า "The Kop"
                 เมื่อลิเวอร์พูลเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 ต้องพบกับมหาอำนาจลูกหนังของอังกฤษในยุคแรกไม่ว่าจะเป็น เปรสตัน,ฮัดเดอร์สฟิลด์,แบล็คเบิร์น และที่สำคัญคือ เอฟเวอร์ตันทีมร่วมเมืองในขณะนั้น โดยศึกดาร์แมตช์นัดแรกเกิดขึ้นในวันที่ 16 ต.ค. 1894 ระหว่างทีมลิเวอร์พูลกับเอฟเวอร์ตันโดยลิเวอร์พูลออกไปเยือน ปรากฏว่าลิเวอร์พูลแพ้ 3-0 ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 40000 คน และในการเจอกันที่แอนฟิลด์ทำได้แค่เสมอ 2-2 
    ในปีแรกของลิเวอร์พูลในดิวิชั่น 
    จบฤดูกาลด้วยอันดับสุดท้ายของตารางและต้องกลับไปเล่นในดิวิชั่น 2  แต่เพียงแค่ปีเดียวก็กลับขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 อีกครั้ง 
    ภายใต้การนำทีมของผู้จัดการทีมที่ชื่อ ทอม อัตสัน การกลับขึ้นมาครั้งนี้ลิเวอร์พูลอยู่ในดิวิชั่น 1 นานกว่าเดิมและยังประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1900-1901 เป็นครั้งแรกอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามแฟนบอลของลิเวอร์พูลต้องดูทีมของตนเองเล่นในดิวิชั่น 2 อีกครั้งในปี 1904 แต่ลิเวอร์พูลก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาและคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้งในฤดูกาล 1905-1906 ในช่วงนี้ฉายา The Kop ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อลิเวอร์พูลสร้างสนามใหม่ และตั้งชื่ออัฒจันทน์หลังประตูว่า สปิออน ค็อป โดยนักข่าวของหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูลเดลี่โพสต์ ที่มีชื่อว่า เออร์เนสต์ เอ็ดเวิร์ตส์ เป็นผู้เสนอชื่อนี้ขึ้นมา
                 สำหรับคำว่า "สปิออน ค็อป" เป็นชื่อของเนินเขาที่นาทาลในสงครามบัวร์ที่แอฟริกาใต้เมื่อปี 1900 แปลว่า "จุดที่ได้เปรียบ" สงครามครั้งนั้นอังกฤษส่งทหารเข้าร่วม 300 นายและได้เสียชีวิตเกินครึ่งหนึ่งโดยส่วนมากจะเป็นทหารจากเมืองลิเวอร์พูล จึงตั้งชื่ออัฒจันทน์เพื่อเป็นเกียรติประวัติความกล้าหาญ และใครที่ได้ไปดูการแข่งขันฟุตบอลบริเวณอัฒจันทน์นั้นจะเรียกตัวเองว่า "The Kop" 
    จึงเป็นฉายาของลิเวอร์พูลมาจนถึงปัจจุบันนี้

    รอยมลทิน
                 ในปี 1914-1915 ประวัติศาสตร์ต้องจารึกอีกครั้งเมื่อทีมลิเวอร์พูลและทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพากันล้มบอลเพื่อที่ทีมจะได้ไม่ตกชั้น โดยตอนนั้นทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องชนะทีมลิเวอร์พูล หลังการแข่งขันผลปรากฏว่าทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนะทีมลิเวอร์พูล 2-0 ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรอดพ้นจากการตกชั้นแต่ไม่รอดพ้นจาการสอบสวนจากฟุตบอลลีก 8 นักเตะจากทั้งสองทีมดังโดนห้ามแข่งตลอดชีวิต ในเวลาต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังสงครามโลกโทษต่างๆถูกยกเลิกเหตุผลเพราะว่าทีมต้องฟื้นฟู ซึ่งตอนนั้นประธานฟุตบอลลีกอังกฤษ คือ จอห์น แมคเคนน่า ( อดีตประธานสโมสรลิเวอร์พูล ) เป็นผู้ที่มีส่วนผลักดันให้โทษแบนเป็นโมฆะด้วย

    รากฐานความสำเร็จ
     ในช่วงทศวรรษที่ 20-50 ทีมลิเวอร์พูลยังไม่ใช่ทีมที่ยิ่งใหญ่ มีผลงานขึ้นๆลงๆระหว่างดิวิชั่น 1 กับดิวิชั่น 2 อยู่ประจำ จนถึงปี 1945 สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงทีมลิเวอร์พูล ได้ผู้จัดการทีมชื่อ จอร์ช เคย์ เพียงปีเดียว เคย์ ก็สามารถนำทีมลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ดิวิชั่น 1 หลังจากนั้นทีมลิเวอร์พูลก็ขึ้นๆลงๆระหว่างดิวิชั่น 1 กับดิวิชั่น 2 อีกครั้ง จนปี 1954 ทีมลิเวอร์พูลต้องลงไปเล่นดิวิชั่น 2 และครั้งนี้อยู่นานกว่าปกติ ผู้จัดการทีมหลายต่อหลายคนไม่อาจพาทีมกลับมาดิวิชั่น 1 ได้ จนกระทั่งการมาของผู้จัดการทีมที่ชื่อว่า บิลล์ แชงค์ลี่ย์
                 ทีมลิเวอร์พูลได้ลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 นานถึง 7 ฤดูกาล โดยเป็นยุคของแชงค์ลี่ย์ 2 ฤดูกาล ก่อนที่แชงค์ลี่ย์จะพาทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในฐานะแชมป์ดิวิชั่น 2 ในปี 1962 ปรัชญาการทำทีมของแชงค์ลี่ย์ คือ ฟุตบอลง่ายๆ เน้นการผ่านและรับบอลอย่างแม่นยำ เล่นกันเป็นทีมมากกว่าความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทีมจวบจนปัจจุบัน

    ไร้เทียมทาน
     หลังจากที่อังกฤษได้แชมป์โลก บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ได้พาทีมลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ในปี 1972 และในปีถัดมา(ปี 1973) บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยมีบ๊อบ เพสลี่ย์ มือขวาของเขาก้าวขึ้นมารับงานแทน เขาใช้เวลาเพียง 4ปี ก็พาทีมคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ ในปีต่อมาเพสลี่ย์ได้พาทีมประกาศศักดาอย่างยิ่งใหญ่โดยการพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ( แชมป์ดิวิชั่น 1 และแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ) จากนั้นเพสลี่ย์ก็ยังพาทีมคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ได้อีก 2 ครั้ง คือในปี 1981 และ 1984 ก่อนที่เค้าจะลาออกจากตำแหน่ง

    โศกนาฏกรรม
                 หลังจากที่เพสลี่ย์ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ผู้ที่เข้ามารับหน้าที่ต่อจากเขาคือ โจ เฟแกน ในระยะเวลาเพียงปีเดียวเขาได้พาทีมลิเวอร์พูลเข้าชิงถ้วยยูโรเปี้ยน คัพกับทีมยูเวนตุสที่สนามเฮย์เซล สเตเดี้ยม ในกรุงบรัสเซลล์ประเทศเบลเยี่ยมโดยที่ยูเวนตุสเป็นฝ่ายชนะทีมลิเวอร์พูล 1-0 จากจุดโทษของมิเชล พลาตินี่ แต่ในการแข่งขันครั้งนี้ได้เกิดโศกนาฏกรรมเกิดขึ้น ทำให้แฟนบอลเสียชีวิต 39 คน เฟแกนจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ทำให้ เคนนี่ ดัลกลิช ซึ่งเป็นผู้เล่นในขณะนั้นก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีมเป็นคนแรกของสโมสร และในปีแรกเขาก็พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ แต่ตอนนั้นลิเวอร์พูลไม่ได้ไปเล่นถ้วยยุโรปอันเนื่องมาจากถูกแบนจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนั้นนั่นเอง

    ความหวังและการรอคอย..
                 เมื่อ ดัลกลิช ลาออกจากตำแหน่ง ดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลจะไม่ประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดอีกเลยนับตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมาแม้จะเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกสองคนไม่ว่าจะเป็น รอย อีแวนส์ หรือเชราร์ อุลลิเยร์ ถึงแม้ว่าอุลลิเยร์จะพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 2001 ( ลีก คัพ,เอฟเอ คัพและยูฟ่า คัพ ) ก็ตาม 
    ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ความสำเร็จที่แฟนบอลรอคอยสักเท่าไหร่
                 หลังจากที่อุลลิเยร์ โดนปลดจากตำแหน่ง ลิเวอร์พูลได้ผู้จัดการทีมคนใหม่ คือ ราฟาเอล เบนิเตช กุนซือชาวสเปนผู้นี้ เป็นผู้ที่แฟนบอลได้ฝากความหวังไว้เป็นอย่างมาก “ราฟา” จะทำได้ดีแค่ไหนต้องติดตามกันต่อไป.............

     


     

     
    April 01

    You'll Never Walk Alone

    You'll Never Walk Alone
     
    When you walk through a storm
    Hold your head up high
    And don't be afraid of the dark
    At the end of the storm
    Is a golden sky
    And the sweet silver song of a lark
    Walk on through the wind
    Walk on through the rain
    Through your dream be tossed and blown
    Walk on , Walk on
    With hope in your heart
    And you'll never walk alone
    You'll never walk alone
    February 27

    ขอนแก่นวิทยายนของพวก(ลาว)จึ๋ยย เรา

    นี่คือ...โรงเรียนของข้าพเจ้า
    ขอนแก่นวิทยายน

    ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน เอาจากเขามานะเนี๊ย
    แด่...ทุกๆคน (รวมทั้งศิษย์เก่าด้วย มารำลึกกัน)

    1.
    ยังจำได้มั๊ยตอนเช้าๆคุณมักวิ่งซะตับแลบเพราะกลัวถูกกักไว้หน้าโรงเรียน หากโดนกักแล้วรับประกันได้ว่าผิวคุณจะเปลี่ยนสีเหมือนจิ้งจกเปลี่ยนบ้านไปใน ทันที

    2.
    นกหวีดมหาปะลัยจะตามหลอกหลอนคุณทันที หากเพลงขึ้นแล้วคุณยังไม่ไปเข้าแถวไม่ว่าคุณจะทานข้าวเช้าหมดหรือยัง หรือคุณอาจแค่เดินมาเก็บกระเป๋า

    3.
    เข้าแถวกลางสนามตอนเช้า เป็นช่วงเวลาที่พิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชาย(หญิง)ตัวจริงของเหล่าอาจารย์ เพราะหลายท่านออกมายืนตากแดดเหมือนพวกเรา แต่หลายท่านไม่

    4.
    เด็กขอนแก่นวิทยายนร้องเพลงชาติไม่เป็น (เค้าอาจเป็นพม่าแฝงมา) และหลายครั้งที่พวกมันกลายเป็นพวกนอกศาสนาเพราะมันสวดมนต์ไม่เป็นเช่นเดียวกัน และบ่อยครั้งที่โดนทำโทษให้ร้องเพลงชาติใหม่ ( บางครั้งก็เหลืออดจริงๆ ประเภทที่ไม่ร้อง ไม่สวดแล้ว แถมยังก่อความไม่สงบในแถวอีก )

    5.
    ศาลพระภูมิหน้าอาคาร 1มักจะมีพวงมาลัย ดอกไม้ ธูป เทียน ( โดยเฉพาะขวดน้ำแดง ..อย่างหนาตา )ทุกครั้งเวลาที่มีสอบครั้งใหญ่ๆ เช่นสอบปลายภาค และท้ายสุดมันจะกลายมาเป็นภาระของภารโรงที่ต้องคอยมาเก็บอยู่เรื่อย

    6.
    เด็กขอนแก่นวิทยายนบางส่วนที่มาสายแล้วไม่ได้ทานข้าวมา หรือพวกที่กินไม่หยุดปาก คน 2 พวกนี้จะมาพบปะกันในช่วงเปลี่ยนคาบเพื่อกินโตเกียว ซาลาเปา ขนมจีบ คนวงในเรียกสถานที่นี้กันว่าบริเวณชายแดน ( ซึ่งมีอยู่ 2 ที่ คือ ทางห้องอุตสาหกรรม กับ ทางห้องเกษตร )

    7.
    กิจกรรมยามเปลี่ยนคาบของเด็ก ม.ปลาย คือ การยืมหนังสือจากเพื่อนๆห้องอื่น กินน้ำ เข้าส้วม เดินเล่น นั่งเล่นหน้าห้อง และ เตรียมไปเตะบอลกับไปนั่งเม้าที่โรงอาหาร ( หรือไม่ก็หาคาบอาจารย์ใจดีๆเพื่อโดด )

    8.
    กิจกรรมนันทนาการของ ม.ปลาย คือ เล่นไพ่ แทงบอล เล่นแชร์ อ่านการ์ตูน, ฟังซีดี เล่นเกมส์ คุยมือถือ,และยอดนิยม คือ การนินทา ( ข้อนี้เด็ก ม. ต้น ไม่สมควรทำตามอย่างยิ่ง แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเองเมื่อขึ้นม. ปลายจะดีกว่า )

    9.
    ขอนแก่นวิทยายนมักได้รับเกียรติให้เป็นโรงเรียนตัวอย่าง แต่เด็กส่วนน้อยเท่านั้นที่ควรจะเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อื่นได้

    10.
    แฟชั่นของนักเรียนหญิง(บางส่วน) ที่พบได้ส่วนมากคือ หน้าขาวปากแดง เอาเสื้อเข้าข้างในหมด เห็นตัวตุ๊กตาด้านหลังเข็มขัด กระโปรงสั้นๆ พวกนี้ขาพวกเธอจะสันเอามากๆ) ลองสังเกตดู ..บางส่วนที่ทำแล้วน่ารัก แฟชั่นของนักเรียนชาย คือ ปล่อยเสื้อ กระเป๋าพายข้างเอาขึ้นสูงๆ และปลดกระดุม ( เพื่อโชว์เพาเวอร์อัพ ) หรือง่ายๆ ล่องอกที่ไม่มีกล้าม

    11.
    สิ่งที่ประทับใจช่วงเรียนก่อนจบคือ ความจริงใจและการเปลี่ยนสีหน้า คำพูด เมื่ออยู่ในภาวะต่างๆของอาจารย์บางท่าน

    12.
    จัดประชุมผู้ปกครองเครือข่าย จัดมาเพื่อ….. เพื่ออะไรวะไม่รู้เหมือนกัน ..เพื่อนินทา นร . ไง

    13.
    ห้องน้ำหญิงข้างอาคาร 1 เป็นที่ ที่แม่เจ้าประคุณทั้งหลายเข้าไปแต่งหน้า ... ย้ำ..แต่งหน้า และแลกเปลี่ยนแนะนำสินค้าตัวใหม่ๆผลิตภัณฑ์ประทินผิว ซึ่งกันและกัน

    14.
    ที่นี่ทำดีน้อยนักที่จะได้ดี แต่บ่อยครั้งที่เสนอหน้าแล้วได้ดี (โรคทำดีหวังผล)

    15.
    สิ่งที่เป็นอนาคตของเด็กขอนแก่นวิทยายนตอนจะจบม.6 คือ ม.ภาค ถ้าไฮโซขึ้นมาหน่อยก็ ม.ข. ( ภาคสมทบ )

    16.
    หลายๆครั้งที่พวกเรามองเด็กม.ต้นว่าทำตัวไม่ดี เลว ชั่ว และหลายๆครั้งที่พวกรุ่นพี่ก็มองพวกเราเช่นนั้นเหมือนกัน

    17.
    การแบ่งแยกแผน วิทย์-ศิลป์ ทำให้พวกเรารู้ว่ามันคือการแบ่ง .... แบ่งไรวะ

    18.
    โรงอาหารเรื่องชกต่อยมีไม่บ่อยครั้ง แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมักจะมีผู้ชมอย่างหนาแน่น

    (
    อาคาร 7 จะเปลี่ยนเป็นสเต็นท์ทันที ) พร้อมด้วยเสียงกรีดร้องของผู้หญิงบางคน( ตามด้วยเสียงโห่ของผู้ชาย )ทั้งๆที่มันxxxงจากเค้าตั้งไกล -
    _-“
    19.
    เหตุทะเลาะวิวาทจะมีบ่อยครั้งที่สุดช่วงกีฬาสี เพราะว่าพากันชิงดีชิงเด่นว่าสีใครแรงกว่ากัน ( ส่วนใหญ่ก็คิดว่าสีตัวเองดีสุดๆ แล้ว )

    20.
    กีฬาสีคือช่วงเวลาที่คุณจะพบเพื่อนแท้ และเพื่อนเทียม

    21.
    คุณจะมาโรงเรียนเช้าที่สุดตอนคุณอยู่ ม.ต้น และจะมาสายที่สุดหรือไม่มาเลยในช่วงม.ปลายโดยเฉพาะ ม6… ย้ำ ม.
    6
    22.
    การบ้าน บ่อยครั้งที่มันเป็นการโรงเรียน และเป็นการของเพื่อน

    23.
    มิตรภาพ มักจะมาตอนให้ลอกข้อสอบ (ทั้งๆ ที่ ปกติอยู่ในห้องก็ไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไร ) และหลายครั้งที่มันก่อตัวเป็นความรัก ( ไม่ค่อยจะเจอนะ )

    24.
    ขอนแก่นวิทยายนมีบ้านผีสิงส่วนตัว (เริ่ดมาก) คืออาคาร 1 ซึ่งมักจะมีคนเห็นผู้หญิงผมยาวชุดขาว..ลางๆ เพราะเธอกำลังพยายามจะปรากฏตัวให้เราเห็น ซึ่งภายหลังอาจจะมีการจัดทัวร์แบบเป็นธุรกิจ ( ช่วงเข้าค่ายเพราะต้องนอนอยู่ ร.ร )

    25.
    แหล่งซ่องสุมของโรงเรียนเราอันดับ 1 คือ แฟรี่และหาอะไรกินหน้าวิลล่า อีกพวกก็หมกอยู่โรงเรียนจนค่ำ (

    บ้านช่องไม่รู้จักกลับกัน )

    26.
    ขอนแก่นวิทยายนเหมือนเขาดินเพราะมีทั้ง (นกแก้วนกขุนทอง ม.1-2 )( เสือ สิงห์ ม.3-4 )( กระทิง แรด ม.5 มีม. 4ปะบนมาบ้างบางส่วน)(กระซู่ ตัวเงินตัวทอง ม.6 ) สามารถดูได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม เพียงเดินเล่นไปตามอาคารต่างๆเท่านั้น

    27.
    ในวันไหว้ครูจะพบศิษย์เก่าหลายๆคนกลับมาไหว้อาจารย์ ทั้งที่ตอนเรียนอยู่มันไม่เคยทำ!

    28.
    ไอ้เครื่องรูดบัตรอยู่ห้องสมุดของโรงเรียนมีไว้เพื่อให้นร.ตื่นตาตื่นใจ และประดับเพื่อความสวยงาม

    29.
    คอมฯที่ตั้งหน้าห้องวิชาการ ,อาคาร 3 อืมม... มีอยู่ 2-3 ตัว ( ตั้งไว้แต่ไม่เปิด ) เด็กมี 4000กว่าๆ ไม่เกินปีหน้าจะได้ดูกันทั่วทุกคนแน่ๆไม่ต้องแย่งกัน ...

    30.
    ห้องที่เด็กขอนแก่นวิทยายนไม่อยากเข้าไปที่สุดคือห้องปกครอง เพราะนอกจากจะสะท้านอันเกิดจากรังสีอำมหิตแล้ว คุณยังต้องเจอกับการเรียนสุภาษิตไทยที่ว่า ตบหัวแล้วลูบหลังรวมทั้งสุภาษิตใหม่ล่าสุด ไม่มีมูลหมาก็ขี้ได้

    31.
    หากท่านป่วยมากแต่จำเป็นต้องมาโรงเรียนในช่วงเช้า ในการขอออกไปโรงพยาบาลแม้จะมีผู้ปกครองมาด้วย ควรทำใจกับคำว่าจำเป็นต้องไปด้วยเหรอคะ ลูกเพราะท่านเพียงแค่ป่วยยังไม่ถึงตาย ยังไม่จำเป็นต้องไป(นะคะลูกๆ)

    32.
    เคยไหม? ถ้าเข้าห้องน้ำหญิงช่วงคาบ6-7 ( เป็นช่วงที่ภารโรงกำลังทำความสะอาด ) เขาจะจ้องหน้าตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาด้วยสายตาวอนเล็กๆ แต่หากคุณไปเข้าห้องน้ำหลังจากที่มันทำความสะอาดแล้ว คุณอาจเจอกับคำสบถหลายๆอย่าง เป็นต้นว่า คนเพิ่งล้างเสร็จจะรีบเข้าไปทำไม ทำให้เราไม่แน่ใจว่ามันโดนจ้างมาเป็นภารโรงหรือเป็นแม่เรากันแน่

    33.
    เคยไหม? ที่เห็นนักเรียนหญิงบางคนทำตัวโอเว่อร์ จนทำให้เราเริ่มไม่แน่ใจว่ามันเป็นนักเรียนหรือเป็นคุณหนูไฮโซที่ปลอมตัวมา เพื่อหารักแท้กันแน่

    34.
    อาจารย์สอนอังกฤษม.ปลายท่านหนึ่ง ( ขอไม่เอ่ยชื่อ ) อ.ผู้ชายกางเกงเป้าตุงๆ เตี้ยๆ ( น่าจะรู้แล้วนะ ) เป็นอาจารย์ ประเภทชอบเล่าโครงการพันล้าน ( เว่อร์ไว้ก่อน ) ว่ารร.เราจะมีนั้นมีนี้อยู่เรื่อย สุดท้ายก็แค่พูดพร่ำตามประสาคนไม่มีเมีย

    35.
    เคยไหม? ที่จำเป็นต้องอยู่โรงเรียนเย็นเพื่อทำกิจกรรมบางอย่างแล้วเจอภารโรงนรกไล่และ เตรียมพร้อมที่จะล๊อคเราไว้ในห้องเรียน

    36.
    ซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งกึ่งชายกึ่งหญิงยอดนิยมคือ ตุลา ( ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ เพราะทุกๆ งานเธอจะเป็นบทบาทที่สำคัญ )
    ตอนนี้ไปที่ชอบๆแล้ว
    37.
    อาคาร 1 ห้อง 131 ถ้าลองสังเกตผ่านทางหน้าต่างมองลงไปจะเป็นห้องน้ำชาย ( ไม่มีหลังคา ) คุณอาจจะเจอสิ่งประหลาดที่มีหลายขนาดก็เป็นไปได้ ( ข้อนี้ไม่บอกวิธีดูที่กระจ่างชัด แต่คุณสามารถ........... )

    38. 94%
    จากจำนวนเด็กทั้งหมดเคยผ่านการโดดเรียนมาแล้วทั้งสิ้น

    39.
    การเตะบอลอัดรถอาจารย์ คือการระบายความแค้นส่วนตัวอย่างหนึ่งของนักเรียนชายขอนแก่นวิทยายน ( อันนี้ไม่ได้เจตนาที่จะกล่าวหานักเรียนชายแต่อย่างใด )

    40.
    สิ่งที่อาจารย์สอนเคมี ชีวะ คณิต และ ฟิสิกส์ ม.ปลายกลัวมากที่สุดคือการทำสีรถใหม่เนื่องจากโดนเด็กนักเรียนขูดรถ ฉะนั้นเวลาอาจารย์ออกข้อสอบยิ่งควรระวังเป็นอย่างยิ่ง

    41.
    ช่วงสอบสามารถแบ่งเด็กได้ 2 ประเภท คือ พวกหนึ่งจะกังวลเรื่องอ่านหนังสือไม่ทัน( แล้วก็จะอ่านอยู่หน้าห้องสอบอยู่นั้นแหละ ทั้งๆ ที่อาจารย์ก็เรียกเข้าห้องสอบได้แล้ว ) แต่อีกพวกหนึ่งเป็นพวกจะรีบไปจุ้มที่หน้าห้องสอบและมองไปที่กระดานเพื่อหาตำแหน่งเรด้าของตนและจะได้ปรับเปลี่ยนเลนส์ตาเพื่อความเหมาะสมหลังจากนั้นจะมีวาระ ประชุมด่วน ( ขนาด APAC ยังสู้ไม่ได้เลย )

    42.
    หากวันสอบมิดเทอมหรือไฟนอลตรงกับวันหวยออก ขอให้คุณสบายใจได้ว่าคุณสามารถลอกข้อสอบได้โดยง่ายเพราะอาจารย์จะมัวแต่โทรแทง หวยกันอยู่ ( แถมยังคุยเสียงดังรบกวนสมาธินร. อีก )

    43.
    หากวันสอบไม่ตรงกับวันหวยออก คุณควรภาวนาให้ตรงกับวันเล่นแชร์ เพราะอาจารย์หลายๆท่านก็ลงไว้หลายมือเช่นเดียวกัน

    44.
    เคยได้ยินเค้าประกาศว่าให้ปิดเครื่องมือสื่อสารหรือเปิดสั่นตอนเข้าสอบใช่ป่ะ ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครแน่จัยนักว่าอาจารย์หลายท่านฟังภาษาคนออกหรือเปล่า เพราะเสียงมือถืออาจารย์มักมาตอนเราสอบเสมอ(คงไม่อยากพลาดการติดต่อในช่วงเล่น แชร์)

    45.
    สาบานได้ว่าไม่เคยทานข้าวโรงเรียนที่ไหนอร่อยเท่าที่โรงอาหารขอนแก่นวิทยายน โดยเฉพาะยิ่งเห็นมีหนูตัวเป้งๆวิ่งอยู่หลังร้านเนี่ยยิ่งอร่อย หรือไม่ก็...มีพวกคุณมนตรีและเครือญาติ(แมลงแช่ง)ของคุณหญิงท่านวิ่งไล่กันตามท่อระบาย น้ำ

    46.
    สังเกตมะร้านขายขนม ป้าสุจะเป็นผู้ที่รู้เรื่องอะไรหลายๆอย่างดีมาก อาทิ วันนี้ไคต่อยกะไคด้วยสาเหตุอะไร ก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม? ทั้งที่บางครั้งพวกเราเองยังไม่รู้เรื่องเลย

    47.
    น้ำพุหน้าอาคาร3 ทำให้เราสามารถรู้ได้โดยทันทีว่าวันนี้มีคนมาเยี่ยมโรงเรียน หากวันนั้นเปิดน้ำพุ เพราะทางโรงเรียนคงกลัวว่าหากไม่เปิดอาจทำให้แขกเข้าใจผิดได้ว่านั่นคือบ่อกัก น้ำเสีย

    48.
    คงมีเด็กไม่กี่คนหรอกประมาณ 2.3% ที่อยากจะเดินผ่านห้องปกครองเพราะมีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะได้ทรงผมทรงใหม่ ที่ไม่ต้องสระก่อนตัด และไม่ต้องไดร์ตอนตัดเสร็จ

    49.
    มัธยมปลายโดยเฉพาะม.6 ที่เรียนเคมีกับอ.วชิ มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกจับไปประหาร 7 ชั่วโคตร ถ้าคุณกระดิกแม้แต่ปลายนิ้ว หรือแค่คุณกระพริบตาและหายใจผิดจังหวะ ขอแนะนำก่อนเข้าเรียนคุณต้องแน่ใจว่าคุณได้ทำประกันชีวิตชั้นหนึ่งมาแล้วเรียบ ร้อยย้ำ...เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวคุณเอง

    50.
    คำถามยอดนิยมเวลาเจอคนรู้จักของเด็กขอนแก่นวิทยายนเวลาเปลี่ยนคาบคือ เรียนไร เรียนไหน อย่างนี้...ทั้งวัน ปล.ที่กล่าวมานี้เป็นความจริงทุกประการ
       06/2548
    ++++++++++
    ขอนแก่นวิทยายนจงเจริญ! ++++++++++

    February 23

    You'll Never Walk Alone

       You'll never walk alone . . .  
    When you walk through a storm
    Hold your head up high
    And don't be afraid of the dark
    At the end of the storm
    Is a golden sky
    And the sweet silver song of a lark
    Walk on through the wind
    Walk on through the rain
    Though your dreams be tossed and blown
    Walk on, walk on
    With hope in your heart
    And you'll never walk alone
    You'll never walk alone

     

    คุณจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย . . .
    ยามใดที่คุณต้องเดินฝ่าพายุโหม

    เชิดหน้าขึ้น
    อย่าไปกลัวความมืดมิดนั่นเลย
    เมื่อพายุสงบ
    จะบังเกิดท้องฟ้าสีทอง
    และนกน้อยร้องเพลงก้องกังวาน
    เดินฝ่าสายลมแรงนั่นต่อไปเถิด
    เดินฝ่าสายฝนสาดซัด
    แม้ว่าความฝันจะถูกฉีกยับและลอยเคว้งไป
    เดินต่อไปเถิด เดินต่อไป
    ด้วยความหวังในหัวใจ
    และคุณจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย
    คุณจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย

     

     

     

     เราจะเดินไปด้วยกันเสมอ